Calendar
 

<< July >>

S

M

T

W

T

F

S

28 

29 

30 

4 

10 

11 

12 

13 

14 

15 

16 

17 

18 

19 

20 

21 

22 

23 

24 

25 

26 

27 

28 

29 

30 

31 

<< 2009>>

  Last Diary
 
เชียร์กลาง(จบ)
ยินดีต้อนรับกัลปพฤกษ์ช่อที่46
วิจัยฝุ่น ณ ขอนแก่น^^
ทำฟัน^^
ฉันอยุ่นี่ศัตรูที่รัก
กินไก่!!!
ลั่นล๊า~~
สงกรานต์52+แข่งเรือ
ว่างจัด--ทำบุญๆ
ฝึกงานเสดแร้ว^^ลั่นล๊า
เท่วเขื่อนๆ+อัพเกรด
ปิดเทอม....เหงาๆ
ขอบคุณ....^^
HBD~~~To..ME
อัพรับปิดเทอมYOY
แนะแนวน้อง51
รับน้อง รปศ.
สายรหัส อิอิ
จากมอ ขอนแก่น
Go..tO..KkU..Woo~...Bye..Bye !!
  Favourite Diary
  *~#กาต่าย
*~#การ์ตูน
*~#ยัยต้อม
*~#พี่เล็ก
*~#พี่เต้
*~#พี่ทอมมัส
*~#พี่ฟ้ามุ่ย
*~#นู๋ปอย
*~#พี่โย๋
*~#พี่โมจิ
*~#พี่เป๊ก
*~#นู๋เฟิร์น
*~#พี่เจี๊ยบ
*~#ปอแป้ง
*~#พี่แอน
*~#พี่เนส
*~#น้องหวาน
~คุณชายโจ้~
  Counter
       


 

เชียร์กลาง(จบ)
 

ไม่ว่างจิงๆๆๆ หรือว่ามีคนอื่น

เอ๊ะไม่ใช่ระ

ไม่ว่างจิงๆค่ะ

เรียนเช้าทุกวัน

บ่ายเย็น มีกิจกรรม อะไรกันนักกันหนา ในหน้าที่พี่หม่อของเรา

เสาร์ อาทิตย์นี้ ต้องไปเข้าค่ายรับน้องนอกสถานที่อีก

เฮ้อ...

เข้าพรรษา จะได้ไปเท่วทะเลไหม๊ว๊าาาาาาา เครียดจิงๆๆๆ

ไมไ่ด้ไปก็จะไปลั่นล๊า มอเพื่อนร่ะ ไม่กลับบ้านหรอก

แย่ๆๆๆๆ
-----------------------------------------------------

อาเรื่องต่อจากคราวที่แล้วมาลงนะคะ


เครดิต - เหมือนอันเก่า เหอะๆ


๒.
ข้าพเจ้าสวมเสื้อสีอิฐ ผูกเชือกรองเท้าให้กระชับมั่น
รีบเดินไปรวมกับเพื่อนๆกลุ่ม Y ที่เวทีสมข.
ที่แน่นขนัดไปด้วยน้องใหม่กับพี่ๆStaff จนล้นเลยออกไปถึงสนามหน้าซุ้ม
ชนพ. น้องใหม่เกือบ ๓,๐๐๐ คน
ถูกแบ่งออกเป็นกลุ่มสัมพันธ์ต่างๆตามตัวอักษร A-Z ยกเว้นF
ตัวอักษรที่ใครก็ไม่อยากเจอ
สักพัก ก็พากันเคลื่อนขบวนไปที่ สวนร่มเกล้ากาลพฤกษ์
ข้าพเจ้าอดหวาดหวั่นไม่ได้ว่าจะเจออะไรรุนแรงเหมือนที่เป็นข่าวในทีวี
ที่เห็นบ่อยๆว่ารับน้องมหาลัยนั้นมันรุนแรงแค่ไหน
บางปีถึงกับมีคนเจ็บคนตายเลยก็มี
สวนร่มเกล้ากาลพฤกษ์ต้นหน้าฝน หญ้าเขียวเพราะอิ่มน้ำ
มองไปทางไหนก็เย็นตา พี่ๆปักป้ายกลุ่ม Y หรือ Y2K
แล้วเรียกเรามารวมเป็นครึ่งวงกลม
พี่ๆในกลุ่มของเรา มี พี่สตาฟ ๓คน พี่เชียร์ลีดเดอร์ ๓ คน พี่สตาฟ
พาเราร้องเพลง ที่ดูเหมือนจะทะลึ่งนิดๆ
แต่มันก็ช่วยให้เฟรชชี่ในกลุ่มเราทำความรู้จักกันได้อย่างรวดเร็ว
ข้าพเจ้าจึงมีเพื่อนจากต่างคณะ ทั้งเกษตร วิดวะ แพทย์ มนุษย์
เรียกว่าแทบทุกคณะ พี่ๆทุกคนก็น่ารักมาก ตลกเป็นกันเอง
พาเราเล่นเกมส์แล้วก็ฝึกร้องเพลงมหาลัยกันทั้งวัน
“น้องคะ ..เดี๋ยวพี่หลีดเค้าจะมาสอนเพลง มหาลัยนะคะ ตั้งใจด้วย
เพราะวันเชียร์กลางเราต้องร้องเพลงให้ผ่าน ไม่งั้นจะโดนตัดรุ่นนะคะ”
พี่สตาฟที่เคยพูดตลกทำเสียงขรึม
“ตัดรุ่นคืออะไรครับ” ข้าพเจ้าพาซื่อ
“คือ มันเป็นธรรมเนียมของมอเราอ่ะค่ะ....
อย่างพี่นี่ก็ถือว่าเป็นKKU๓๕ เป็นกาลพฤกษ์ช่อที่ ๓๕
แต่กว่าจะได้รับการยอมรับ ต้องผ่านบทพิสูจน์คือเชียร์กลาง
ถ้าน้องร้องเพลงมหาลัยไม่ผ่าน น้องก็ไม่มีสิทธิ์เป็น กาลพฤกษ์ช่อที่
๓๖” พี่สตาฟคนสวยร่ายยาว
“โห ขนาดนั้น....” ข้าพเจ้ามองหน้าเพื่อนๆเลิ่กลั่ก

................*...........*..............*...................

เสียงบูม เสียงร้องเพลงมหาลัย ทั้งมาร์ช ขวัญมอดินแดง
มอดินแดงแห่งความหลัง มหาวิทยาลัยขอนแก่น ฯ
ดังจากกลุ่มโน้นกลุ่มนี้บ้าง สลับกับเสียงหัวเราะ ตั้งแต่เช้าจรดเย็น
พี่ๆ สตาฟ- ลีด ทุกคน เทคแคร์พวกเราเป็นอย่างดี
ตั้งแต่พาไปทำบัตรนักศึกษา ลงทะเบียน หอบข้าวกล่อง
แบกน้ำมาให้เราทานมื้อเที่ยง แล้วก็พาไปส่งหลังจากเลิกกิจกรรม
เป็นสามวันที่เหนื่อยแต่เกลื่อนสุขที่สุด

................*...........*..............*...................

๓.
เย็นวันนี้อากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝน เมฆสีเทาช้ำๆลอยเต็มฟ้าไปหมด
ข้าพเจ้าใส่ชุดนักศึกษาเต็มยศ ผูกไทด์ตราพระธาตุ
เพื่อนๆหลายคนทะยอยมารวมกันที่สนามกีฬากลาง นั่งประจำตามกลุ่มA-Z
ยิ่งเย็น คนยิ่งเยอะ จนแสตนด์สนามกีฬากลางแคบไปถนัดตา
วันนี้ วันเปิดเชียร์ร่วมระหว่างคณะ
ฟ้ามืดแล้ว เฟรชชี่ มข.กว่าสามพันคน แน่นขนัดเต็มแสตนด์ปูนไปหมด
พี่ๆสตาฟวันนี้ดูท่าทางไม่เฮฮาเหมือนเมื่อวานก่อน
“น้องครับ วันนี้พี่คงไม่ได้สอนน้องอีกแล้วนะครับ
วันนี้น้องต้องร่วมใจกันร้องเพลงเชียร์ให้ผ่าน
ร้องให้ดังและพร้อมเพรียงกัน
ประธานเชียร์จะเป็นคนตัดสินว่าผ่านหรือไม่ผ่าน ทำเพื่อพี่ๆได้มั้ยครับ
ตลอดสามวันที่เราอยู่ด้วยกัน ก็เพื่ออีก ๓ วันนี้เท่านั้นนะ”
พี่พูดน้ำเสียงจริงจัง
“ให้พี่สตาฟรีบขึ้นไปหลังแสตนด์ได้แล้วนะคะ
ท่านประธานเชียร์จะลงมาทำการทดสอบเพลงแล้วนะคะ” พิธีกรประกาศผ่านไมค์
สิ้นเสียงประกาศพวกพี่ๆก็รีบปรู้ด
หลบไปข้างหลังเหมือนกลัวอะไรสักอย่าง
สักพัก
ไฟฟอลโลว์ก็จับไปยังสแตนด์ฝั่งตรงข้ามกับแสตนด์ที่พวกข้าพเจ้านั่งอยู่
นักศึกษาชายหนึ่งท่าทางทรงไว้ซึ่งอำนาจคนหนึ่งเดินนำหน้า
ติดตามด้วยนักศึกษาชายที่ถือวิทุสื่อสารและนักศึกษาหญิงที่ถือแฟ้มเดินคู่กันมา
รุ่นพี่ที่มาให้กำลังใจน้องๆฝั่งโน้น
ลุกยืนกันพรึบพรับทันทีที่ทั้งสามเดินผ่าน
เมื่อมาถึงโพเดียมที่ริมสนามกีฬา
พี่นักศึกษาคนแรกก็มายืนรอที่ไมค์
แล้วก็ไร้สำเนียงใดๆหลุดจากปากเขาทั้งสิ้น
เฟรชชี่บางส่วนเริ่มยืนขึ้น ไล่มาตั้งแต่กลุ่มA-Z ราวกับเล่นเวฟ
เขาทำท่าไม่พอใจ เดินกลับไปนั่งที่ข้างบน
แล้วพี่ผู้หญิงที่ตามมาก็เข้ามาพูดแทน
“ พี่ชาวสีอิฐทุกคน ดิฉันในฐานะเลขานุการเชียร์
ขออนุญาตกล่าวตักเตือนนักศึกษาใหม่ค่ะ” เธอเว้นวรรคแล้วกล่าวต่อ
“น้องคะ.....พี่ๆกลุ่มน้องเค้าไม่สอนเหรอคะ
ว่าเมื่อประธานเชียร์ลงมาทดสอบเพลง ให้น้องทุกคน
ลุกขึ้นยืนพร้อมกันแล้วกล่าวคำว่า สวัสดีครับ สวัสดีค่ะ......
ประธานเชียร์เป็นตัวแทนของรุ่นพี่ทุกคน ที่จะมาทำการทดสอบเพลง
และตัดสินว่าน้องจะได้รับการยอมรับว่าเป็นเลือดสีอิฐอย่างเต็มภาคภูมิหรือไ ม่
น้องมีเวลาเพียงสามวัน ถ้าน้องร้องเพลงมหาลัยทั้ง......เพลงไม่ผ่าน
มข.เราก็ไม่อาจจะถือว่าน้องเป็นกาลพฤกษ์ช่อที่ ๓๖ได้
ขอให้น้องตั้งใจนะคะ เรียนเชิญท่านประธานเชียร์ค่ะ ”
เธอกล่าวเนิบช้าแต่เด็ดขาด
ประธานเชียร์เดินลงจากที่นั่ง
พี่ๆฝั่งโน้นก็ลุกกันพรึบพรับเหมือนเดิม เมื่อมาถึงโพเดียม
เฟรชชี่ฝั่งนี้ก็ลุกขึ้นอย่างรู้ความ
“สวัสดีครับ สวัสดีค่ะ.....”
“สวัสดีนักศึกษาใหม่ทุกท่าน ผมขอชี้แจงว่า
การทดสอบครั้งนี้เป็นบทพิสูจน์ว่า
คุณจะมีศักดิ์ศรีพอที่จะได้รับการให้เกียรติว่าเป็นเลือดสีอิฐ
กาลพฤกษ์ ช่อที่ ๓๖ ได้หรือไม่ พี่ๆทุกคนรอที่จะต้อนรับพวกคุณ
แต่คุณจะทำให้เขาผิดหวังหรือไม่ผมไม่รู้
ขึ้นอยู่กับพวกคุณเองว่าจะมีความสามัคคี ร้องเพลงพร้อมเพียง เสียงดัง
ไม่กินแรงเพื่อน ………ขอเชิญผู้นำเชียร์ครับ” เขาพูดขึงขัง
พี่ลีดด์ ค่อยๆทะยอยเดินแถวลงมาในสนาม แปลแถวเป็นรูปปากฉลาม
เมเจอร์ลีดด์ โค้งแล้วปรบมือ สามครั้ง ทำสัญญาณให้ลุก
เฟรชชี่ลุกขึ้นทำเวฟอีกเช่นเคย เมเจอร์ลีดด์จึงให้นั่งลง
สั่งลุกนั่ง อย่างนี้ถึงสามเที่ยว จนพร้อมกัน สัญญาณเพลงแรก
“Boom KKU”
“From K…From K K…” ยังไม่ทัน U ก็โดนเก็บลีดด์ทั้งแสตนด์
เสียงโห่ดังมาจากพี่ๆกลุ่มใหญ่ฝั่งตรงข้าม
คราวนี้ทดสอบเพลงมาร์ช มหาวิทยาลัยขอนแก่น
เพลงนี้ไม่ว่ารุ่นพี่รุ่นน้องทุกคนจะต้องลุกแสดงความเคารพ
“มหา.. วิทยาลัย ขอนแก่น เกริกไกรวิทยา....”
เก็บ
“………เลื่องลือก้องเกียรติงาม ขอนแก่นนาม......”
เก็บ
ทุกครั้งที่โดนเก็บลีดด์
จะมีเสียงโห่จากรุ่นพี่ทั้งจากฝั่งตรงข้าม
และริมถนนรอบๆสนามที่ยิ่งดึกยิ่งพากันมาดูน้องร้องเพลงเต็มไปหมด
“ร้องเพลงแค่นี้ยังไม่พร้อมกัน พวกคุณจะสามัคคีกันได้ยังไง ”
“รีบร้องกันจัง ข้างขวาร้องเร็ว ข้างซ้ายร้องช้า
จะให้เหมารถสาย๘ตามกันรึยังไง ”
“กินแรงเพื่อนอร่อยมั้ยครับ ” ถ้อยคำถากถาง เสียดสี
ออกมาจากปากประธานเชียร์เป็นระยะๆ
เวลาล่วงเลยมาจนสองทุ่ม เราทดสอบเพลง สลับกับโดนประธานเชียร์ด่า
จนหลายคนบ่นอุบ ว่าไม่ไหวแล้ว กระทั่งเกือบสามทุ่ม
เราก็ไม่ผ่านสักเพลงรองประธานเชียร์จึงได้ลงมาปิดเชียร์ประจำวัน
แล้วก็นัดว่าพรุ่งนี้ให้ตรงเวลา
ข้าพเจ้าเสียงแหบแห้งกลับหอพัก
แค่สอบเข้าได้นี่ก็ยากพอแล้ว ไม่นึกว่ากว่าจะได้เป็นเลือดสีอิฐ
เป็นกาลพฤกษ์ช่อใหม่มันถึงลำบากยากเย็นขนาดนี้ ........
ฟ้ามืด ไม่มีเดือน ไม่มีดาว ครืนคราง แปลบปลาบ
ข้าพเจ้าเหนื่อยจนหลับลงทันทีที่หัวถึงหมอน ...........

ในบรรดาเพลงสถาบันที่พี่ๆกลุ่มสอนให้เราร้องนั้น
ไม่ว่าจะเป็นเพลงมาร์ชมหาวิทยาลัย, Boom KKU ,ขวัญมอดินแดง,
มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มอดินแดง, ร่วมใจมอขอ, และมอดินแดงแห่งความหลัง
สำหรับข้าพเจ้าแล้วชอบเพลงมอดินแดงแหงความหลังและมอดินแดงที่สุด
มีเรื่องเล่าถึงเพลงมอดินแดงแห่งความหลังเอาไว้ว่า ค่ำคืนของเดือน
ธันวาคม พ.ศ.๒๕๑๐ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหน็บหนาวที่สุดของมอดินแดง
รุ่นพี่ของเรา ๓ คน ซึ่งเป็นนักศึกษารุ่นแรก
กำลังอ่านหนังสือสอบที่เฉลียงหน้าหอสอง
ภายหลังการสอบแล้วทุกคนก็จะต้องแยกย้ายจากกันไปตามวิถีทางของตน ตลอด ๔
ปี ผ่านทั้งสุขและเศร้า ด้วยความผูกพัน อาลัย ความเหงา ความมืด
และความหนาวเย็นในคืนนั้นจึงถูกกลั่นกรองมาเป็นเพลง
ที่มีชื่อว่ามอดินแดงแห่งความหลัง
“...........มอดินแดงยามนี้ คืนนี้เดี๋ยวนี้คงเศร้า
ทุกค่ำเช้าแสนปวดร้าวเมื่อเราจากกัน
ครั้งก่อนเคยภักดิ์ ร่วมใจรัก ร่วมใจกัน
เคยร่วมใจฝันเพื่อสร้างสรรค์สวรรค์แดนดิน......... ”
“พวกคุณทำได้แค่นี้เหรอ....” เสียงนั้นฉุดข้าพเจ้าออกมาจากภวังค์
“เพลงมหาลัยนะครับ ตั้งใจหน่อย ....ทีFour Please
ทำไมร้องดังจัง”
เสียงเฮรับจากพี่ๆฝั่งโน้นก็ดังประสานขึ้นทันที่ที่ประธานเชียร์พูดจบ
“ผมรู้ว่าพวกคุณเหนื่อย
ถ้างั้นผมให้เวลาพักรับประทานอาหารสำหรับวันนี้ .....”
เมื่อพี่ลีดด์ ขึ้นจากสนาม พี่ๆกลุ่มก็กุลีกุจอขนข้าวกล่อง น้ำ
ขนม มาให้น้องกลุ่มเหมือนเคย
หลายๆกลุ่มคลายเครียดโดยการแปรแถวเป็นตัวอักษรประจำกลุ่ม
บางกลุ่มก็ร้องเพลงโดยมีพี่ๆมาเต้นเป็นModel
วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วที่น้องใหม่ปีนี้จะทำการทดสอบเพลงมหาวิทยาลัย
สองวันก่อน เราทดสอบเพลงผ่านแค่ ๓ เพลง คือ ร่วมใจมอขอ, Boom KKU,
มหาวิทยาลัยขอนแก่น ส่วนวันนี้ช่วงแรกเราผ่านเพลง มอดินแดง
ส่วนเพลงมาร์ช, ขวัญมอดินแดง, และมอดินแดงแห่งความหลัง
ยังไม่ผ่านซักเพลง

ถึงแม้จะเหนื่อยแต่ข้าพเจ้าก็ทานข้าวได้ไม่มากนัก
ไม่ใช่ว่าไม่อร่อยเพียงแต่รู้สึกกังวลเท่านั้นว่าถ้าเองเพลงไม่ผ่านจะเป็นอย่างไร
ฝนก็ตั้งเค้าว่าจะตกเสียให้ได้
ถ้าเกิดตกมาจริงๆก็ไม่รู้ว่าจะหลบยังไงไหว
“น้องคะเรามีเวลาไม่มากพอนะคะ
ขอให้พี่สตาฟช่วยจัดน้องเข้าระเบียบเชียร์ด้วย
อีกสักครู่ประธานเชียระทำการทดสอบเพลงมหาวิทยาลัยค่ะ”
เลขานุการเชียร์ประกาศผ่านไมค์ออกมา
เมื่อทุกอย่างพร้อม การทดสอบเพลงก็เริ่มขึ้น เพลงขวัญมอดินแดง
ซึ่งเป็นเพลงที่ต้องปรบมือพร้อมๆกัน
“ขวัญเมืองขอนแก่น ไม่มีใดแม้นเหมือนมอดินแดง
รื่นรมย์งามสมเป็นแหล่ง ชาวมอดินแดง พร้อมเพรียงแรงภูมิใจ.....
......ดั่งไม้ยืนต้นทนแห้งแล้งขวัญชาวมอดินแดงล้นอุรา
สามัคคีกันใฝ่ฝันศรัทธาทั่วแดนฟ้าแห่งเรา” เหมือนนัดกันไว้เป็นอย่างดี
เพลงนี้เราร้องจบ ไม่โดนเก็บกลางครัน
เสียงเฮดีใจจากพี่ๆที่มาดูก็ดังขึ้นทันที
“ผมว่ามันคงเป็นเหตุบังเอิญ” ประธานเชียร์ขัด
“คุณต้องแสดงให้เห็นว่านี่ไม่ใช่เรื่องฟลุค
ผมขอทดสอบเพลงนี้อีกครั้งครับ” เสียงบ่นอุบจากเพื่อนๆก็ตามมา
ว่าประธานเชียร์ไม่มีเหตุผล บ้าอำนาจ
“ขวัญชาวมอดินแดง ไม่เคยแห้งแรงเพราะแรงใจมั่น กาลพฤกษ์งามนั่น
หยัดยืนเป็นขวัญน้อมชีวันบูชา.....”
“พอๆ เถอะผมอายเค้า.....พวกคุณอย่าดันทุรังเลย
ผมรู้แล้วว่าเมื่อกี้มันเป็นเรื่องบังเอิญ”
ประธานเชียร์ให้กำลังใจสุดขีด
“เพลงนี้ผมขอพักเอาไว้ก่อน.....ขอทดสอบเพลงมาร์ชมหาวิทยาลัยครับ”
เมเจอร์ลีดด์ ให้สัญญาณสั่งลุกขึ้น
เราก็ลุกอย่างพร้อมเพรียงเป็นเวฟสวยงาม
สามสี่ครั้งจนเพื่อนผู้หญิงบางคนเป็นลมจนต้องหามไปพยาบาลที่หลังแสตนด์
เมื่อลุกพร้อมกันแล้ว แต่ก็ยังร้องไม่พร้อมกัน
หรือร้องพร้อมกันแต่เสียงไม่ดัง
ก็จะโดนประธานเชียร์ที่ตอนนี้บรรดาพวกเราเรียกขานกันในนามฮิตเลอร์สั่งเก็บทุกคร
าวไป
“ผมอยากรู้จริงๆว่าคุณเข้ามหาวิทยาลัยได้ยังไง เอาไก่แลกมารึเปล่า
ร้องเพลงแค่นี้ยังไม่เป็นเลย แล้วจะไปทำอะไรได้
กี่รุ่นมาแล้วที่เค้าผ่านการเชียร์กลาง
ผมก็เพิ่งเคยเห็นรุ่นนี้แหละที่ไม่ได้เรื่องที่สุด”
ฝนเริ่มโปรยลงมาเบาๆ หลายคนทำท่าจะลุกขึ้นหลบฝน

“เชิญครับ...ถ้าคุณรักสบายก็เชิญ..กลับไปนอนที่หอสบายกว่าใช่มั้ยครับ
ผมจะได้บอกรุ่นพี่ๆว่าปีนี้เราไม่มีน้องใหม่ ปีนี้ไม่มีกาลพฤกษ์ช่อที่
๓๖....” ประธานเชียร์พูดดัก จนไม่มีใครกล้าลุก
“เด็กวิทยาเขตหนองคายครับ เชิญได้แล้วครับ
รถมารับท่านกลับไปอาบน้ำนอนแล้วครับ....จะนั่งอยู่ทำไมครับ ผมอนุญาต
ไม่มีใครว่าคุณกินแรงหรอกครับ เพราะทุกคนก็กินเหมือนกันหมด”
เสียงพี่ๆหัวเราะรับมุขประธานเชียร์ดังมาสำทับ
จนอาจารย์ฝ่ายกิจการนักศึกษากับพี่ๆจากวิทยาเขตหนองคาย
เข้ามาตามน้องถึงแสตนด์ แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าใครจะลุกขึ้นกลับ
“พวกคุณจะนั่งอยู่ทำไม แล้วคืนนี้จะนอนไหน....”
ใครคนหนึ่งวิ่งไปที่ไมค์หน้าแสตนด์
“หนูเป็นตัวแทนวิทยาเขตหนองคายค่ะ
พวกหนูจะยังไม่กลับจนกว่าจะปิดเชียร์ เราทิ้งเพื่อนไม่ได้หรอกค่ะ
ขออนุญาตอาจารย์และพี่ๆนะคะ ขอพวกหนูอยู่ต่อ เรื่องที่นอนไม่ต้องห่วง
เราพักกับเพื่อนที่ขอนแก่นได้ ขอให้เราได้อยู่ช่วยเพื่อนนะคะ
เราก็เลือดสีอิฐเหมือนกันเราจะไม่ยอมทิ้งกันค่ะ” เสียงปรบมือดังกึกก้อง
เพราะซาบซึ้งกับน้ำใจที่เด็ดเดี่ยวของเพื่อนวิทยาเขตหนองคาย
ที่แม้จะอยู่ไกลแต่ก็เข้ากลุ่มสัมพันธ์และเชียร์ไม่เคยขาด

“ได้...แต่ผมไม่รับประกันนะครับว่าพวกคุณอยู่แล้วเพื่อนจะร้องเพลงผ่าน
ผมขอทดสอบเพลงมอดินแดงแห่งความหลัง....”
ฝนยังรินมาไม่ขาดสาย..แต่ทุกคนก็ยังอยู่ครบ ตั้งแต่น้องใหม่,
พี่สตาฟที่คอยลุ้นอยู่ด้านหลัง
พี่ลีดด์ที่เต้นกลางสายฝนและสนามหญ้าเฉอะแฉะ
จนหน้าและผมที่อุตสาห์แต่งมาสวยๆเมื่อตอนเย็น มาตอนนี้หาเค้าไม่ได้
พี่ๆที่มารอดูน้องใหม่ที่ทั้งโห่และโอ๋ก็ยังไม่ไปไหน
รวมถึงประธานเชียร์ฮิตเลอร์ที่ยืนโดดเด่นอยู่ฝั่งโน้น
ก็ยังคอยถากถางไม่ขาดปาก
“ยามนี้จำไกลดวงใจของฉันหมองไหม้
แสนเศร้าฤทัยสุดหักใจหลงรักไม่คลาย
แต่ก่อนนั้นความสัมพันธ์เคยแนบแอบกาย
หักใจไม่วายอยากเยี่ยมกรายหายเศร้าระทม....... ”
“เสียงมดเดินบนโพเดียม ยังดังกว่าเสียงคุณอีก”
ประโยคเด็ดหลุดมาจากปากประธานเชียร์อีกครั้ง
เราร้องซ้ำไปซ้ำมาไม่จบเพลงเสียที ความอ่อนล้า
อิดโรยทั้งกำลังกายและกำลังใจ คืบคลานเข้ามาแทนที่
เพื่อนผู้หญิงหลายคนก็เป็นลม และเป็น”ไฮเปอร์”
เพื่อนผู้ชายหลายคนกัดฟันกรอด บ่นอยากจะชกหน้าประธานเชียร์ให้หายเจ็บใจ
“จะสามทุ่มครึ่งแล้ว
แต่พวกคุณยังไม่ผ่านสักเพลงใครรู้เค้าคงภูมิใจแย่
ผมว่าโอกาสที่พวกผมให้คุณ มันคงไม่มีค่าอะไรสินะ
พวกคุณถึงไม่ใช้มันให้เกิดประโยชน์สูงสุด นั่งลงเถอะครับ
ไม่ต้องระเบียบเชียร์หรอก จะทำอะไรก็ตามสบาย พวกคุณไม่ผิดหรอก”
พวกเราก็นั่งลงตากฝนฟังเขาพูดต่อ
“ความผิดทั้งหมดมันเกิดจากคนที่สอนต่างหากที่ได้เรื่อง
ไม่มีระเบียบ ไม่เป็นตัวอย่างที่ดี สตาฟ....สตาฟ”
เสียงเขาดุดันขึ้นเรื่อยๆ พี่ๆสตาฟวิ่งตื๋อออกมาจากหลังแสตนด์โกลาหล
“นี่ยังไงล่ะ ขนาดพี่ยังไม่พร้อมกันเลย จัดแถวสิ
ยืนยังกะมาดูหมอลำ จัดแถว..”
“เฮ้”
“ช้าๆ....ยังช้าอีก ก็เพราะมีพี่แบบนี้ไง
น้องถึงได้ไม่ผ่าน อ้าวยังมีอีกคน ไปไหนมาครับจีบน้องอยู่เหรอ
วิ่งเร็วๆสิเพื่อนรออยู่”
พี่ๆกว่าร้อยคนออกมายืนเรียงหน้ากระดานคอตกต่อหน้าน้องๆกลุ่มตัวเอง
ไม่เหลือเค้าความสนุกสนานขี้เล่นเหมือนก่อน
“หัวหน้าสตาฟ ประธานเทคนิคเชียร์ครับ จะว่ายังไง”
ประธานเชียร์เสียงเข้ม
ใครคนหนึ่งในนั้นวิ่งออกมาที่หน้าไมค์
“กระผมในฐานะหัวหน้าสตาฟ ขอรับผิดแต่เพียงผู้เดียวครับ
ผมปล่อยให้พี่สตาฟเล่นกับน้องมากไป จนลืมการสอนเพลง
ผมขอลงโทษลุกนั่งสิบเท่ารุ่นครับ ” แล้วเขาก็ลุกนั่งต่อหน้าพี่สตาฟ
ไม่ทันอึดใจก็มีอีกคนวิ่งมาที่หน้าไมค์
“กระผมในฐานะประธานเทคนิคเชียร์ ผมไม่วางแผนการซ้อม
และอบรมที่ดีให้กับสตาฟและน้องใหม่ ผมขอรับผิดในสิ่งที่ทำทั้งหมด
ผมขอลงโทษตัวเองลุกนั่งสิบเท่ารุ่นครับ”
ว่าแล้วก็วิ่งไปสมทบกับหัวหน้าสตาฟกอดคอกันลุกนั่ง
ไปได้ไม่ถึงสองเท่ารุ่นก็พากันล้มแต่ก็ประคองกันนับใหม่
พี่สตาฟหลายคนเริ่มขออนุญาตช่วยเพื่อนลุกนั่งด้วย จาก หนึ่ง เป็น สอง
เป็น สาม และในที่สุดพี่ๆก็กอดคอกันลุกนั่งด้วยกันทั้งสนาม
“พวกคุณอย่าทำเลย มันสายตา ลุกนั่งก็ยังไม่พร้อมกัน
ผมขอสั่งให้หยุด....ได้ยินมั้ยครับ หน้าที่ของพวกคุณจบแล้ว
คุณไม่มีศักดิ์ศรีพอที่จะเป็นพี่สตาฟได้ ผมขอป้ายสตาฟคืนครับ
ผู้นำเชียร์ครับเชิญทดสอบเพลงต่อ”
เพลงมอดินแดงแห่งความหลังดังขึ้นอีกครั้ง
น้องใหม่ทุกคนแหกปากร้องแทบสุดเสียง
ขณะที่พี่ๆด้านหน้าเป็นลมร่วงราวใบไม้ ฝ่ายพยาบาลต้องลากกันโกลาหล
บางคนหมดแรงเกลือกกับโคลนดินแดงของสนามกีฬา
บ้างก็ตะโกนบอกให้น้องร้องดังๆด้วยน้ำตา บ้างก็กอดกันร้องไห้
แต่ปากยังร้องเพลงมอดินแดงแห่งความหลังกับน้อง

หลายคนเห็นภาพสะเทือนใจนี้ถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความสงสารพี่ๆ
“ครั้งหนึ่ง เคยตรึงเคยคะนึงซาบซึ้งวิญญา
ร่มกาลพฤกษ์เฝ้าแต่นึกไม่หวนคืนมา
แสนเศร้าอุราสุดปรารถนาใฝ่หามาชม......”
แม้จะร้องจบแต่เราก็ต้องร้องซ้ำไปซ้ำมาอีกครั้ง
“อกเอ๋ยเคยชมเคยชิดเคยเชยเคยใกล้
ครั้งก่อนแต่ไรฝากหัวใจเฝ้ารักรำพัน
ถิ่นสุขสันต์ดังวิมานเหนือคำจำนรรจ์ ร่มสวรรค์ดังฟ้านั้นเสกสรรประทาน”
“อดีตสตาฟครับ กลับไปได้แล้วครับ
อย่าอยู่ให้รกหูรกตา...พวกคุณ...นักศึกษาใหม่ก็พอแล้วครับผมทนฟังต่อไปไมได้อีกแล้ว
คุณอย่าเอาเพลงมหาลัยของผมมาร้องเล่นอีกเลย ผมขอร้องล่ะ
กลับไปอาบน้ำนอน รอเปิดเทอมแต่งชุดนักศึกษาไปเรียนเถอะครับ
แต่ขอร้องว่าอย่าไปบอกใครล่ะว่าเป็นนักศึกษารุ่นนี้ ผมอายแทน”
พี่ๆสตาฟที่เหลือจากเป็นลมพากันหิ้วปีกออกจากสนาม
หลายคนหันมามองกลุ่มตัวเองแล้วปาดน้ำตาที่ไหลจนตาแดงก่ำ
“ยามนี้จำไกล ดวงใจของฉันหมองไหม้
แสนเศร้าฤทัยสุดหักใจหลงรักไม่คลาย
แต่ก่อนนั้นความสัมพันธ์เคยแนบแอบกาย
หักใจไม่วายอยากเยี่ยมกรายหายเศร้าระทม.....”
เรายังร้องเพลงต่อด้วยเสียงทั้งหมดที่มี
เพื่อนผู้หญิงหลายคนร้องไห้จนไม่อาจร้องเพลงต่อได้ แต่ก็ไม่ยอมไปไหน
แม้ประธานเชียร์จะไล่ให้กลับ
แต่เราก็ยังแหกปากร้องเพลงต่อไปจนกว่าจะจบเพลง
“พอแล้วครับ จะห้าทุ่มแล้วครับ
มันไม่มีประโยชน์อะไรที่พวกคุณจะร้องต่อ เวลาของคุณหมดแล้วครับ
เวลาได้พิพากษาทุกคนแล้ว หน้าที่ของสตาฟ,ลีดด์,เทคนิคเชียร์
และหน้าที่ของผมก็จบลงตรงนี้แล้วอย่างสมบูรณ์
ไม่มีใครจะบอกได้ว่าพวกคุณจะเป็นกาลพฤกษ์ช่อใหม่ได้อย่างเต็มภาคภูมิหรือไม่
นอกจากตัวของพวกคุณเองที่จะมีสำนึกว่าเลือดสีอิฐนั้นเข้มข้นแค่ไหน
ผมขอปิดการเชียร์กลางเพียงเท่านี้.....”
ไฟทั้งสนามดับลง เสียงประธานเชียร์เงียบลง
เหลือเพียงเสียงร้องเพลงมอดินแดงแห่งความหลังอีกครั้งจนจบเพลง
ความมืดเข้าครอบคลุมทุกอย่าง ไม่มีใครสักคนที่จะลุกขึ้นกลับหอพัก
ข้าพเจ้าสับสนว่านี่มันอะไรกัน มันจบลงแล้วเหรอ
ความทุ่มเทพยายามทั้งหมดของเราตั้งแต่กลุ่มสัมพันธ์จนถึงเชียร์กลางกว่า
๖ วัน มันส่งผลอย่างนี้เหรอ

พลัน! แสงจากเทียนเล่มเล็กๆ
กับเสียงเพลงมอดินแดงแห่งความหลังจากพี่สตาฟของเรา
ที่เดินออกมาจากด้านหลังแสตนด์มายืนอยู่ข้างๆพวกเรา
ก็ส่องสว่างไล่ความมืดมนและหนาวเย็น แปรเป็นความอบอุ่น
เพลงมอดินแดงแห่งความหลังค่อยๆกระหึ่มขึ้นอีกครั้งด้วยเสียงของน้องพี่มอดินแดง
เหมือนมีก้อนอะไรมาติดที่คอข้าพเจ้า
กับน้ำตาที่ไม่รู้มาจากไหน
ข้าพเจ้าร้องไห้อย่างไม่อายเหมือนกับเพื่อนอีกหลายๆคน
น้องบางคนโผเข้ากอดพี่ร้องไห้ราวกับจะปลดปล่อยทุกอย่าง
พอจบเพลงเสียงปรบมือโห่ร้องก็ดังขึ้นแทนที่
และเสียงเพลงคึกคักก็ถูกเปิดขึ้น ทุกคนก็วิ่งกรูไปรวมกันที่สนาม
สไลด์ภาพกิจกรรมตั้งแต่วันที่เราเข้ามอ
จนถึงวันเชียร์ก็ถูกฉายขึ้นบนจอหนังขนาดใหญ่
เสียงเฮมีขึ้นเป็นระยะๆที่มีรูปกลุ่มตัวเองหรือรูปพี่ๆบนจอ
หลายๆกลุ่มพากันเต้นตามเพลงเพลงแดนซ์อย่างสนุกสนาน

มันจบลงแล้ว...ตอนนี้ข้าพเจ้าเป็นกาลพฤกษ์ช่อใหม่อย่างเต็มภาคภูมิแล้ว......
ข้าพเจ้าเพิ่งรู้ว่ามันไม่ได้อยู่ที่การร้องเพลงผ่าน
หรือร้องเพลงเสียงดัง แต่มันอยู่ที่ใจของเราได้หล่อหลอมเป็นหนึ่งเดียว

และร้องเพลงออกมาจากใจที่เต็มเปี่ยมด้วยความรักและภาคภูมิใจในมอดินแดงแห่งนี้
ที่ที่จะเป็นบ้านหลังที่สอง ที่เราต้องใช้ชีวิตอีก ๔ ปี
ข้าพเจ้าเช็ดคราบน้ำตาสุดท้ายแล้ววิ่งไปสมทบกับเพื่อนที่ด้านล่าง
.............................
ฟ้ายังไม่สาง แต่ข้าพเจ้าสวมเสื้อสตาฟ ห้อยป้าย
สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด
ก่อนจะรีบบึ่งออกไปกับเพื่อนลีดด์และสตาฟใหม่ที่สถานีรถไฟ
เพราะวันนี้เป็นวันที่น้องจะเข้ามอ
กาลพฤกษ์ช่อใหม่กำลังจะบานประดับใจชน อีกครั้ง....

----------------

จบได้ประทับใจมาก

ขอบคุณ รุ่นพี่ ที่ได้เขียนเรื่องนี้ขึ้นมา อ่านแล้วซึ้งมากค่ะ


มีกำลังใจ เราต้องสู้ต่อไป เย่เย่


ต้องย้อนกลับมาถามตัวเองว่า เรามาหาอะไร ในมหาวิทยาลัย ?



Posted on Wed 24 Jun 2009 14:00

สำหรับเรา ๆ ได้อะไรจากมหาวิทยาลัยมากกว่าวิชาความร้นะ
energy.diaryclub.com   
Fri 3 Jul 2009 22:33 [11]

http://hiyumaru.exteen.com/20060730/link-sims2

http://writer.dek-d.com/BazZ_GG/story/view.php?id=504509

http://www.siamzone.com/board/view.php?sid=923649

http://www.modthesims.info/
joeve
joeve   
Wed 1 Jul 2009 16:51 [10]

http://sims.zifengling.com/contents4/last.htm

http://sims.zifengling.com/D_G.htm

ฝากกกก   
Wed 1 Jul 2009 16:30 [9]

http://www.jokergameth.com/board/showthread.php?t=41147
ฝากกกกก   
Tue 30 Jun 2009 17:48 [8]

เพื่อนสาว///กรุนาส่งมาทางเมล์

ตัวหนังสือน้อยแก่+มากด้วย



ตาลายอะ


ปล จำพี่โอ๋ได้ปะ พี่ แก่จบละ


noopoy.diaryclub.com   
Fri 26 Jun 2009 13:26 [7]

คุนน้อง ขา พี่หมวย มีน้องชื่อ น้องมุข

อยู่วิดวะอะ วิดวะทั่วไป ปีนี้ขึ้นปี 1 อะ

รหัสนักศึกษา52304060108
หอ 18 ห้อง 324

เบอร์โทร 086-6962863

พี่ก็วุ่นๆ ไม่ได้มาเม้นนานเลย ได เน่าเละอะ

อิอิ

รบกวนคุนน้อง
ฝากเทคแคร์ น้องพี่หมวยด้วยนะ

มาจากสงขลาจ้า

   
Fri 26 Jun 2009 13:06 [6]

ตัววววววววววววววววววว!
เค้ายังไม่ได้อ่านนะ


แวะมาส่งความคิดถึงก่อน
ทำงานเหนื่อยๆๆๆ

ไปนอนก่อนน้า
unloveable.diaryclub.com   
Thu 25 Jun 2009 16:39 [5]

โอะโห ตอนจบสุดๆ จะว่าไปแล้วการรับน้อง การเรียนในรั้วมหาลัย มันก็สอนอะไรหลายๆนะคะ

อย่างวันนี้ เอาหนังสือให้น้องรหัส รอไปเถอะ 10 นาทีก็ยังไม่มา

เลยสวดไปว่า ปีหน้า ถ้ายังมาสายแย้งนี้ ไม่ต้องมีหนังสือที่พร้อมไปด้วยแลคเช่อเรียน!

โหด ๆ อิอิ พี่แว๊ก

หง่าว หง่าว
annnutie.diaryclub.com   
Wed 24 Jun 2009 17:40 [4]

อ่านละคิดถึง พี่ก็รุ่น 36 สิบรุ่นละ ไเหมือนโกหกก 5555
fai   
Wed 24 Jun 2009 16:10 [3]

จบแบบว่า เออ ประทับจิต
ทำไมม.พี่ไม่เห็นมีบ้างแฮะ
หรือมีแต่ไม่รู้ เพราะวัน ๆ เอาแต่นั่งเม๊า
วันนี้ไปค้นใบประเมินตัวพี่อ่ะ
อ.เขียนได้แบบ โอ้ช๊านเป็นแบบนั้นเหรอ
คือแบบ ไม่ค่อยสนใจเวลาอ.พูดเอาแต่คุย เอิ๊ก ๆๆๆ ก็คนมันคุยเก่งง่ะ คิคิ

ว่าแต่เข้าพรรษามันเมื่อไหร่อ่ะอีฟ
อันนี้ไม่รู้จริง ๆ บ้านไม่มีปติทิน ก๊าก
Et   
Wed 24 Jun 2009 14:17 [2]

เจิมม
luffy.diaryclub.com   
Wed 24 Jun 2009 14:01 [1]

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกตัวเลขก่อนส่ง